หัวข้อมาใหม่

กระเป๋าผ้าสร้างสุข ผลผลิตจากคนพิการ

15 มิ.ย. 2562

สินค้าใบนี้ ผลิตโดยผู้พิการและครอบครัว รายได้จากการจำหน่ายจะถูกส่งกลับคืนผู้ผลิตเพื่อพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น

รูปแบบการดูแลคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคม

04 มิ.ย. 2562

จากสภาพปัญหาการทำงานการดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายเป็นไปในลักษณะสงเคราะห์มากกว่าพัฒนาเชิงระบบ ไม่ต่อเนื่อง และแยกส่วนดำเนินการ ยึดนโยบายจากระบบราชการที่มาจากส่วนกลางและ top down เป็นหลัก ประกอบกับมีช่องว่างการเข้าไม่ถึงสิทธิ์ตามลักษณะสังคมใหม่ที่มีการเดินทางเข้าถิ่น เร่ร่อน เส้นแบ่งการทำงานพร่าเลือน ไร้พรมแดน แต่กรอบวิธีคิดภาครัฐยังไม่สามารถปรับตัวตาม

เขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต ๑๒ กำลังพัฒนารูปแบบการดูแลคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคม ใน ๒ ลักษณะก็คือ

๑)พัฒนาระบบบริการ ผ่านศูนย์บูรณาการระดับตำบล เน้นการดูแลประชากรที่เข้าถึงสิทธิ์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบบริการ

จะเรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่ แนวทางหลัก คือประสานการทำงานกับกลไกที่มีในตำบล อาทิ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์พัฒนาครอบครัว ศูนย์บริการคนพิการ สภาเด็กและเยาวชน ศูนย์ไอทีซี ศูนย์สร้างสุขชุมชน ฯลฯ รวมไปถึงงานกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่ งานพัฒนาระบบดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุในวัยพักพิง กลไกระดับตำบลจำเป็นจะต้องปรับตัวโดยใช้ประชากรเป้าหมายรายบุคคลเป็นตัวตั้ง ดำเนินการผ่านแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตที่บูรณาการทุกด้านที่เกี่ยวข้อง

ยกตัวอย่างศูนย์สร้างสุขชุมชนตำบลทับช้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา หรือในชื่อเดิมที่เรียกว่าศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชนตำบลทับช้าง เกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลทับช้าง โรงพยาบาลสมเด็จฯ นาทวี คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.)นาทวี กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัดสงขลา มูลนิธิชุมชนสงขลา Node flagship สสส.สำนัก ๖ สงขลา ที่ต้องการพัฒนาระบบบริการเชิงรุกนอกสถานที่ในการดูแลคนพิการที่มีจำนวน ๑๓๙ คน ผู้สูงอายุติดเตียง ๕๐ คน คนยากลำบาก๑๒๙ คน(ข้อมูล www.communeinfo.com ณ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒)

โดยมีโครงสร้างการบริการด้านสุขภาพดังนี้

๑.แพทย์แผนไทย ภารกิจ : นวด ประคบ อบสมุนไพร พอกเข่าสมุนไพร ดำเนินการโดย : หมอนวดแผนไทยภายในตำบลทับช้าง

๒.กายภาพบำบัด ภารกิจ : กายภาพบำบัดผู้ป่วยทางระบบประสาท เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต อ่อนแรงครึ่งซีก และผู้ป่วยทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น ปวดเข่า ปวดหลัง ดำเนินการโดย : นักกายภาพ และ จิตอาสา จากคนในชุมชนตำบลทับช้าง

๓.กายอุปกรณ์ ภารกิจ : บริการให้ยืมกายอุปกรณ์เครื่องช่วย เช่น ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน รถเข็น เตียง ดำเนินการโดย : เจ้าหน้าที่ อบต.ทับช้าง

ยกตัวอย่างขั้นตอนการรับบริการฟื้นฟูสุขภาพ จะเริ่มด้วยการคัดกรองผู้ป่วยโดยจิตอาสาคัดกรองเบื้องต้น หรือทีม HHC คัดกรองผู้ป่วย/คนพิการจากการลงเยี่ยมบ้าน แล้วมีนักกายภาพบำบัดจากรพ.ลงคัดกรองผู้ป่วยในคลีนิคโรคเรื้อรังในแต่ละ รพ.สต. (รพ.สต.วังไทร/รพ.สต.เกาะจง/รพ.สต.ทับช้าง) ต่อจากนั้นนักกายภาพบำบัด ซักประวัติ/ตรวจร่างกาย/วางแผนการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพกายภาพบำบัด นัดผู้ป่วยมารักษาต่อเนื่องและประเมินผลการรักษาตามมาตรฐาน กรณีอาการไม่ทุเลาลงและมีภาวะแทรกซ้อนจะนัดคิวเพื่อพบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่โรงพยาบาล หรือแพทย์พิจารณาเพื่อรักษาที่โรงพยาบาลหรือส่งตัวเพื่อรักษาต่อที่ศูนย์สร้างสุขชุมชน

วิธีการจัดตั้งศูนย์สร้างสุขชุมชน

๑)แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่ดำเนินการอยู่แล้ว

๒)เพิ่มอาสาสมัครด้านกายภาพบำบัด คัดเลือกจากอสม.เชี่ยวชาญ/อสม./อพม./CG หรือจิตอาสาจำนวนไม่น้อยกว่า ๔๐ คน รับคนไข้จากรพ.อำเภอที่ต้องได้รับการฟื้นฟูมาดูแลต่อ หรือดูแลกลุ่มเป้าหมาครอบคลุมทั้งมิติกาย จิต สังคม หรือให้บริการกลุ่มเป้าหมายโดยมีนักกายภาพบำบัดควบคุม มีการจัดสรรงบประมาณในการให้บริการแต่ละครั้งโดยไม่ให้ซ้ำซ้อนกันกับงบอื่น เป็นกรณีรายเดือนผ่านรพ.

๓)กองทุนฟื้นฟูฯสนับสนุนงบประมาณนำร่องศูนย์ละ ๕ แสนบาทในด้านปรับปรุงศูนย์ และจัดซื้อกายอุปกรณ์ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๔)พัฒนาระบบข้อมูลกลางเพื่อดูแลกลุ่มเป้าหมาย จัดเก็บข้อมูลโดยกลุ่มอาสาสมัคร ๔๐ คนบันทึกข้อมูลพร้อมภาพลงในระบบข้อมูลกลางที่มีมูลนิธิชุมชนสงขลาให้การสนับสนุน ใน www.ข้อมูลชุhttp://xn--b3c4aw.com/(www.communeinfo.com)/Application:iMed@home ประมวลผลข้อมูลให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการรองรับ จัดซื้อกายอุปกรณ์และพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครในการดูแลตามสภาพปัญหา

สภาพปัญหาพื้นฐานของผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ จากการสำรวจข้อมูล กรณีกลุ่มเปราะบางของตำบลทับช้างส่วนใหญ่เพศหญิง จบการศึกษาประถมต้นหรือไร้การศึกษา ส่วนใหญ่มีบ้านเป็นของตนเอง แต่เป็นโสด/หม้่าย ฐานะยากจนแต่ไม่ถึงกับลำบากมาก มีรายได้แต่ไม่เพียงพอสำหรับรายจ่าย มีความเจ็บป่วยในหลายโรครุมเร้า ตกอยู่ในภาวะช่วยตัวเองได้บ้างไม่ได้บ้าง มีไม่น้อยต้องการผู้ดูแล พูดคุย ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน กายอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ การซ่อมบ้าน การมีสิ่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในฐานะผู้สูงวัย

กิจกรรมที่ดำเนินการโดยใช้กลไกของศูนย์สร้างสุขชุมชนจึงมีมากกว่าแค่การบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยได้ร่วมบูรณาการกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางดังกล่าว ประกอบด้วยกลุ่มกิจกรรมที่กำลังดำเนินการ ประกอบด้วย การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางในภาพรวมตำบลและแผนดูแลคุณภาพชีวิตรายบุคคล ทำงานแบบบูรณาการโดยประสานภาคีนอกพื้นที่และในพื้นที่จำนวนมากให้สามารถทำงานร่วมกันโดยใช้ care plan รายบุคคลในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ จำแนกเป็นยุทธศาสตร์แต่ละด้าน ได้แก่ การบริการสุขภาพ การแก้ปัญหาด้านอาชีพและรายได้ การแก้ปัญหาด้านสิทธิทางสังคม การปรับสภาพแวดล้อม เป็นต้น

โดยใช้แอพพลิเคชั่น iMed@home และ www.communeinfo.com แบบครบวงจร ในการปรับข้อมูลรายบุคคลให้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตด้านต่างๆเป็นปัจจุบัน ประมวลผลข้อมูลในภาพรวมเพื่อนำมาปรับยุทธศาสตร์การทำงาน และระบบเยี่ยมบ้านในรูปแบบจิตอาสาแบบบุคคลและกลุ่มบูรณาการเพื่อให้สามารถติดตามผล ประเมินผล ลดช่องว่างการให้ความช่วยเหลือที่ซ้ำซ้อนและไม่สามารถวัดผล เสริมด้วยกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ การระดมทุนไม่ว่าจะเป็นเพื่อการศึกษา ของใช้้มือสอง สิ่งของเครื่องใช้ วัสดุสิ้นเปลือง สิ่งอำนวยความสะดวกจากชุมชนและเครือข่่าย การทำธรรมนูญตำบล เป็นต้น

มีภาคีหลักได้แก่ อบต.ทับช้าง กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พมจ.) สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) บัณฑิตอาสา สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ(วพส.มอ.) ศอบต. มูลนิธิชุมชนสงขลา รพ.สมเด็จฯ พชอ.นาทวี รพ.สต. ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ ฯลฯ

ศูนย์สร้างสุขชุมชนจะทำหน้าที่ในการให้บริการกับกลุ่มเป้าหมายระดับบุคคล โดยมีคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ และกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัดเป็นภาคีหนุนเสริม

๒) ชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน

รูปแบบนี้เน้นการทำงานที่ก่อตัวโดยชุมชนนำ ราชการตาม เน้นแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เข้าไม่ถึงสิทธิ์ หรือชุมชนในพื้นที่มีความเข้มแข็งพอที่จะเป็นผู้นำ

ยกตัวอย่างชุมชนแหลมสนอ่อน : ชุมชนเปราะบางดูแลคนเปราะบาง

ปี ๒๕๖๐ กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนแหลมสนอ่อนร่วมกับมูลนิธิชุมชนสงขลา/ศูนย์ประสานงานภาคีพัฒนาจังหวัด(ศปจ.) ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมจัดเก็บข้อมูลคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคมในพื้นที่อำเภอบ่อยาง จึงเกิดกิจกรรมในการดูแลสมาชิกที่เป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคมมาจนถึงปัจจุบัน

ชุมชนแหลมสนอ่อน ตำบลบ่อยางอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่าทำเลทองของนครสงขลาที่รอการพัฒนา ผู้บริหารเทศบาลหลายยุคที่ผ่านมาก็พยายามหาโครงการที่จะเข้ามาพัฒนาพื้นที่ แต่ก็ยังทำไม่ได้ด้วยปัญหาของการใช้กรรมสิทธิ์ที่ดินของชุมชนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอยู่อาศัยในพื้นที่มากว่า ๓๐ ปีในฐานะคนอพยพมาอาศัยที่ราชพัสุด กรมธนารักษ์ แต่ไม่ได้ทำสัญญาเช่าให้ถูกต้อง ที่นี่มีประชากรราวๆ ๒๐๐ คน ๘๐ ครัวเรือน ถูกรัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จัดระเบียบชายหาดสมิหลาแล้วก็ให้มาอยู่อาศัยที่นี่ โดยไม่ได้ทำสัญญาให้เป็นกิจลักษณะ สมาชิกเริ่มสร้างบ้านทำร้านอาหารประกอบกิจการของตนมานับสิบปี ไฟฟ้าที่ได้เป็นไฟชั่วคราว น้ำก็เป็นน้ำบาดาลเจาะเองหรือซื้อน้ำทาน เทศบาลนครสงขลาได้ขอเช่าพื้นที่ใช้ประโยชน์มานานพอกันแต่ก็ไม่มีโอกาสได้พัฒนาโครงการใดเป็นรูปธรรม ชุมชนก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ของพื้นที่เพราะไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ เช่าใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง แต่ก็ไม่ใช่ผู้บุกรุก จนกระทั่งล่าสุดก็คือธนารักษ์จะให้ชุมชนเช่าที่ให้ถูกต้อง การเป็นชุมชนเปราะบางทำให้เข้าใจสภาพปัญหาของคนเปราะบางด้วยกัน เมื่อมีโอกาสได้ร่วมกับศปจ.สงขลาเก็บข้อมูลคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคมในพื้นที่ตำบลบ่อยาง จึงเป็นที่มาของกิจกรรมที่ได้ร่วมกันดูแลคนยากลำบากฯในชุมชนทั้งในพื้นที่ชุมชนและนอกชุมชน การดำเนินงานดังกล่าวอาศัยภาวะผู้นำของชุมชน ได้แก่ คุณบุณย์บังอร ชนะโชติและคุณนิพนธ์ ชนะโชติ เป็นแกนนำสำคัญร่วมกับคณะทำงานของศูนย์ประสานงานภาคีพัฒนาอำเภอเมืองมาหนุนเสริม ดำเนินการในลักษณะชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน

โดยมีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย

๑.กิจกรรม “ห้องเรียนประจำเดือน” สนับสนุนผู้สูงอายุให้มีกิจกรรมความสัมพันธ์ในกลุ่มของตนดำเนินการกิจกรรมสำคัญได้แก่ การลดขยะเปียกในครัวเรือน นำมาใช้ประโยชน์เพื่อการปลูกผัก การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ การลดรายจ่ายเสริมรายได้ การดูแลสุขภาพ ฯลฯ การจัดกิจกรรมแต่ละครั้งจะมีผู้สูงอายุจากชุมชนรอบข้างและข้าราชการเกษียณมาร่วม โดยมีเครือข่ายสวนผักคนเมืองหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เทศบาลนครสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัด ฯลฯ มาร่วมสนับสนุน

๒.ปลูกผักในป่าสน ทำซุ้มตำลึง ใช้ประโยชน์ใบตำลึงยันลูกตำลึง พร้อมๆกับนำขยะเปียก ขยะของเก่ามาทำปุ๋ยหมัก รายได้ส่วนหนึ่งนำมาดูแลสมาชิกที่ยากลำบาก

๓.ศูนย์ผ้าแบ่งปัน ร่วมกับสมาคมอาสาสร้างสุข นำเสื้อผ้ามือสองที่ได้รับการบริจาคมาแบ่งปันส่งต่อให้กับสมาชิกที่ต้องการ ส่วนหนึ่งนำไปจำหน่ายสร้างรายได้

๔.การระดมทุนด้วยการจัดตั้งกองทุนกลาง มีการจัดเลี้ยงน้ำชาร่วมกับเครือข่ายต่างๆในพื้นที่

๕.ร่วมกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด นำผู้เคสที่ผ่านการตรวจสุขภาพพื้นฐานมาร่วมฟื้นฟูโดยกิจกรรมชุมชนบำบัด

๖.ร่วมแก้ปัญหาคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพฯ สนง.พัฒนาชุมชน เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนอำเภอเมือง สมาคมอาสาสร้างสุข ฯลฯ ในการแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงสิทธิ์พื้นฐาน ประสานงานการทำบัตรประชาชน การสร้างอาชีพและรายได้

ปัจจุบันกำลังขยายผลไปยังกลุ่มออมทรัพย์ในตำบลบ่อยางอีก ๘ กลุ่มมาเป็นเครือข่ายการทำงาน

ระบบเยี่ยมบ้าน

16 มี.ค. 2562

งานข้อมูลควรทำเป็นกระบวนการ ข้อมูลหาใช่แค่เป็น data แยกส่วนกันทำ ระบบที่ดีควรจะเติมเต็มได้ ตรวจสอบได้ มีมุมมองหลายมิติ ใช้กลุ่มเป้าหมายเป็นที่ตั้ง และเป็นปัจจุบัน

พัฒนาApplication iMed@home มาสักระยะ คุณภาณุมาศ โปรแกรมเมอร์ได้อุดช่องว่างเล็กๆน้อยๆที่เกิด

ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

ระบบทีมจะเป็นคนกำหนด จิตอาสาทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้

ไม่สามารถจัดกลุ่ม หรือระบุความต้องการใหม่

เวอร์ชั่นล่าสุดได้ลดทอนปัญหาเหล่านี้ลงได้แล้ว

ขอเพียงติดตั้งแอพฯและสมัครสมาชิกให้แล้วเสร็จ

๑)ลำดับแรกเมื่อลงไปเยี่ยมบ้านให้ค้นหาชื่อกลุ่มเปราะบาง หากมีในระบบจะปรากฏชื่อให้เลือกทันที หากไม่มีปรากฏให้เพิ่มเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ในการณ์นี้ข้อมูลที่ปรากฏจะเห็นแค่ชื่อ นามสกุล ไม่เห็นรายละเอียดส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นผู้ป่วยรายใหม่ คนเพิ่มผู้ป่วยจะสามารถเก็บข้อมูลและมองเห็นข้อมูลของบุคคลนั้นโดยอัตโนมัติ แต่จะไม่เห็นข้อมูลของคนอื่นในระบบ ๒) ผู้ใช้จะเป็นใครก็ได้ ด้วยการเยี่ยมบ้านอาจจะมีหน่วยงานในและนอกพื้นที่ลงไปดำเนินการ หรือจิตอาสา ซึ่งอาจจะไม่ใช่ทีมงานในพื้นที่ก็ได้

๓)ระบบคัดกรองทีมพื้นที่จะมี Admin อย่างน้อย ๓ คนจะมองเห็นข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะมาจากสมาชิกท่านใดบันทึก ๔)ควรจัดระบบกลุ่มในการทำงาน เพื่อให้เกิดการบูรณาการ โดยมีการกำหนดแนวทางของพื้นที่ จัดกลุ่มการทำงาน แล้วมีห้วหน้าทีมจัดตั้งกลุ่มของตน ระบบเยี่ยมบ้านมีเมนูให้สามารถจัดตั้งกลุ่ม ดึงสมาชิกในกลุ่มที่มาจากหลายภาคส่วนเข้ามาในกลุ่ม และแต่ละคนดึงสมาชิกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในเป้าหมายของกลุ่มเข้ามา ทุกคนในกลุ่มจะมองเห็นข้อมูลในกลุ่มของตนทุกคน

ต่อไปจะพัฒนาให้สามารถวัดคุณภาพชีวิตรายบุคคลให้ได้ เพื่อจะบอกผลสำเร็จในการทำงานร่วมกัน

ศูนย์สร้างสุขชุมชน อบต.ทับช้าง

13 มี.ค. 2562

ทับช้างเป็นตำบลเล็กๆอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำของอำเภอนาทวี ประชากรอยู่กันอย่างสงบสุข ใช้ชีวิตเรียบง่าย ช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยดี ทว่าก็ยังประสบปัญหาพื้นฐานไม่ต่างจากพื้นที่อื่นได้แก่ด้านยาเสพติด มีกลุ่มเปราะบางจำนวนหนึ่งที่ต้องการการดูแล เช่น ครอบครัวที่มีลูกมาก พ่อแม่หย่าร้าง ต่างคนต่างอยู่ เด็กพิการ ผู้สูงวัยที่ติดเตียงมีภาวะความเครียด เด็กท้องก่อนวัย

อย่างไรก็ตาม ในชุมชนก็มีจิตอาสาจำนวนมากที่พร้อมจะดูแลสมาชิกในชุมชนด้วยกัน มีทั้งอสม. ชมรมผู้สูงอายุ มีศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง มีวัดเป็นที่พึ่ง ที่สำคัญมีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ในชุมชนที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นระหว่างรพ.สมเด็จฯกับอบต. ก่อนที่จะกลายเป็นต้นแบบให้กับศูนย์สร้างสุขชุมชนที่กองทุนฟื้นฟูฯอบจ./สปสช.นำไปขยายผลในอีกหลายอำเภอ

วันนี้สัมภาษณ์ปลัดกิจนันท์ ถึงการทำงานของท้องถิ่น กับผอ.สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ในฐานะประธานกขป.เขต ๑๒ ถึงแนวคิดการทำงานการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ถึงการประสานความร่วมมือกับอบจ. พชอ. และพลังของข้อมูลที่นำมาสู่การขับเคลื่อนดูแลกลุ่มเปราะบางของเขต ๑๒

จากนั้นถ่ายทำกิจกรรมของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพฯที่ให้บริการฟื้นฟูร่างกายให้กับคนพิการ ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยที่รอการฟื้นฟู ในศูนย์จะมีกายอุปกรณ์ การนวดแผนไทย การพอกเข่าด้วยสมุนไพร ฯลฯ มีจิตอาสาราว ๔๐ ชีวิตสลับหมุนเวียนมาดูแล เป็นผู้ช่วยนักกายภาพบำบัดและคุณหมอจากรพ.สมเด็จฯ ที่จะลงมาดูแลในแต่ละสัปดาห์

พักเที่ยงกันด้วยอาหารบุฟเฟต์อร่อยๆจากฝีมือพีน้อย ก่อนที่จะถ่ายทำการอบรมการใช้ระบบเยี่ยมบ้านของแอพพลิเคชั่น iMed@home ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการทำงานของจิตอาสาทั้งระบบเดี่ยวและกลุ่ม โดยเพิ่มข้อมูลสำรวจความต้องการที่ระบุเจาะจงพร้อมรายละเอียดได้มากขึ้น ระบบเยี่ยมบ้านจะช่วยกระชับการทำงานมีการบูรณาการงานระหว่างภาคส่วนต่างๆได้ดีมากขึ้นโดยใช้คนเปราะบางเป็นตัวตั้ง

เรียนรู้แล้วก็ฝึกปฎิบัติ ลงไปเยี่ยมเคสเปราะบางในพื้นที่ วันนี้ลงได้ ๓ คน คนแรกเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน รายที่สองเป็นเด็กพิการซ้ำซ้อนพิการแต่กำเนิด คนสุดท้ายเป็นเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ที่เกิดจากแม่วัยใส

อีกรูปธรรมงานที่เกิดจากความร่วมมือของภาคีต่างๆในพื้นที่เขต ๑๒

ระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้สูงอายุ

06 มี.ค. 2562

กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัดสงขลา นัดเครือข่ายที่ทำงานด้านข้อมูลมาหารือแนวทางการพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้ไปในทิศทางเดียวกัน เอื้อประโยชน์ในการทำงานกับคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยรอการฟื้นฟู และคนยากลำบากในฐานประชากรข้างต้น

เครือข่ายท้องถิ่นสงขลาร่วมปักธงจัดทำธรรมนูญตำบลน่าอยู่

05 มี.ค. 2562

"เครือข่ายท้องถิ่นสงขลาร่วมปักธงจัดทำธรรมนูญตำบลน่าอยู่"

เขียนโดย ชาคริต ดภชะเรือง

วันที่ 5 มีนาคม 2562
มูลนิธิชุมชนสงขลาร่วมกับท้องถิ่นจังหวัดสงขลาชวนเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสงขลา เป้าหมาย ๒๒ ตำบล ที่ห้อง ceo ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัด วันนี้มาร่วมได้ ๑๔ ตำบล
เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจการทำธรรมนูญตำบลน่าอยู่ ทั้งนำเสนอและแจกคู่มือการทำงานประกอบการทำความเข้าใจ

การได้มาของ ๒๒ ตำบลประกอบด้วย ตำบลที่ร่วมกับอบจ.และสปสช.จัดทำศูนย์สร้างสุขชุมชนดูแลคนพิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง คนยากลำบาก หรือร่วมกับศปจ.สงขลาเก็บข้อมูลคนยากลำบากฯ ร่วมกับ ๔pw เรื่องการจัดการขยะ การขับเคลื่อนเกษตรสุขภาพ หรือร่วมกับพชอ. หรือตำบลที่เครือข่ายแนะนำมา หรือตำบลที่เครือข่ายประสานงานมาต้องการเข้าร่วม

ท่านท้องถิ่นจังหวัดให้แนวทางว่า ท้องถิ่นเป็นงานบริการประชาชน เป้าหมายทั้ง ๑๗ ประการตรงกับภารกิจของท้องถิ่นที่จะดำเนินการอยู่แล้ว ประชาชนและสังคมได้ประโยชน์มากทีมที่มาช่วยจะเป็นการเสริมพลัง การมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของของประชาชนจะทำให้เกิดความยั่งยืน

ท่านยกตัวอย่างการจัดการขยะที่เป็นปัญหาร่วม สงขลาได้ร่วมกับม.จุฬาวิจัยการจัดการขยะเปียกในครัวเรือนนำร่องที่ต.พะวงกับต.รัตภูมิ ชั่งน้ำหนักขยะเปียกในแต่ละครัวเป็นเวลา ๑ เดือน นำมาคำนวณการเกิดมีเทนอันจะส่งผลไปเกิดภาวะโลกร้อน หากจัดการขยะเปียกในครัวเรือนได้จะนำไปสู่การสร้างหลักประกันชีวิต นำคาร์บอนเครดิตที่ได้ไปคิดคะแนนแปลงมาเป็นมูลค่าต่อไป

ทต.ระโนด ยกตัวอย่างการจัดการขยะ นำกระเป๋าถือที่ทำมาจากซองกาแฟ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่สามารถนำมาต่อยอดสร้างเป็นข้อตกลง หรือกติกาชุมชน หรือธรรมนูญชุมชนได้ทั้งสิ้น

นายกสินธพ อบต.ท่าข้ามเสริมว่าการทำธรรมนูญตำบลเปรียบเสมือนรถที่เติมวีเพาเวอร์ เสริมพลังขับเคลื่อน การทำธรรมนูญ ความคิดเชิงบวกจะช่วยปรับพฤติกรรมหรือวิธีคิดของผู้คน ดำเนินการจากเล็กไปใหญ่ สร้างต้นแบบแล้วไปขยายผล

อาจารย์ณัฎฐาพงศ์ อภิโชติเดชาสกุล จากม.ราชภัฏฯทีมกลางช่วยสะท้อนว่าธรรมนูญจะใช้กระบวนการนำ คำตอบจะอยู่ที่ตำบล จะทำกี่ด้าน กี่เป้าหมาย กระบวนการจะนำไปสู่คำตอบ

แนวทางดำเนินการต่อไป

๑.แต่ละตำบลกลับไปหารือกับผู้บริหารให้คำตอบการเข้าร่วมอีกครั้ง ยืนยันการเข้าจัดทำธรรมนูญ โดยมีช่องทางสื่อสารกลางคือกลุ่ม line "ตำบลน่าอยู่สงขลา"

๒.ส่งผู้รับผิดชอบตำบลละ ๑ คนเป็นอย่างน้อยมาร่วมดูงานตำบลท่าข้าม แลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำธรรมนูญตำบลในวันที่ ๕ เมษายน ณ อบต.ท่าข้าม ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ น.

๓.ตำบลใดมีความพร้อม สามารถนัดทำความเข้าใจแกนนำในพื้นที่(๓๐-๕๐ คนที่เป็นตัวแทนความคิดจากแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง) ให้นัดหมายทีมกลางจังหวัดลงไปช่วยทำความเข้าใจ กำหนดเป้าหมายร่วม จัดตั้งคณะทำงาน ดำเนินการได้ก่อนวันที่ ๕ โดยไม่ต้องรอการพัฒนาศักยภาพ หรือจะนัดประชุมคณะทำงานก่อนเพื่อทำความเข้าใจก่อนนัดหมายแกนนำพื้นที่ก็ได้เช่นกัน

iMed@home เครื่องมือเสริมพลังนโยบายสาธารณะยุคดิจิทัล

27 ก.พ. 2562

"iMed@home" ยุคดิจิตอล จึงเกิดแอพพลิเคชั่นเพื่อบริการทางสังคมที่มูลนิธิชุมชนสงขลาและคุณภาณุมาศ นนทพันธ์ โปรแกรมเมอร์ได้พัฒนาขึ้น เพื่อสนองตอบการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรกลุ่มเปราะบางทางสังคมทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะคนพิการ ผู้สูงอายุ คนยากลำบาก

หลักการสำคัญก็คือ

๑.ลดช่องว่างระบบข้อมูลรายบุคคลที่หน่วยงานต่างๆถือกันคนละชุด ไม่สามารถใช้ฐานอ้างอิงข้อมูลเดียวกัน แอพฯนี้จะใช้เลข ๑๓ หลักเป็นที่ตั้ง บูรณาการข้อมูลในด้านต่างๆ อาทิ ข้อมูลพื้นฐาน ด้านสุขภาพ ด้านสังคม การศึกษา อาชีพ ความต้องการ และข้อมูลเฉพาะด้านของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

ระบบสามารถบันทึกภาพถ่ายอันเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อให้คณะทำงานได้สามารถเข้าถึงและเข้าใจสภาพปัญหาได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม คนหนึ่งคนเป็นอะไรได้หลายอย่าง...คนพิการก็เป็นผู้สูงอายุหรือคนยากลำบากได้ ระบบจึงสามารถเติมข้อมูลเฉพาะด้านโดยใช้เลข ๑๓ หลักเดียวกันอ้างอิง โดยมีแบบสอบถามกลางให้สมาชิกสามารถดาวน์โหลดไปใช้

๒.ข้อมูลนำมาสู่กระบวนการทำงาน สร้างทีมโดยดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากำหนดเป้าหมาย การเก็บข้อมูล และทำแผนเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน "ข้อมูลจึงเป็นกระบวนการ" เมื่อเก็บข้อมูลมาได้ โปรแกรมจะประมวลผลและนำเสนอข้อมูลเป็นแผนภูมิ สถิติ คณะทำงานจะได้นำมาวิเคราะห์ประกอบการจัดทำแผนงานโครงการเพื่อแก้ปัญหาได้ถูกจุด

เพื่อเป็นการพิทักษ์สิทธิข้อมูลส่วนบุคคล เฉพาะคณะทำงานที่ได้รับสิทธิ์จากทีมกลางเท่านั้นจะสามารถเข้าถึงข้อมูลตัวบุคคล ส่วนสมาชิกคนอื่นจะมองเห็นข้อมูลในภาพรวม สิทธิ์ที่ได้จะจำกัดพื้นที่ ความรับผิดชอบตามความเป็นจริง เช่น ระดับตำบล ก็จะเข้าถึงข้อมูลเพียงแค่ตำบลที่รับผิดชอบ จะไม่เห็นข้อมูลพื้นที่อื่น

๓.ระบบเยี่ยมบ้าน เป็นหัวใจของการทำงาน เพื่อให้เกิดการปรับข้อมูลเป็นปัจจุบัน สะท้อนความต้องการใหม่ๆ และวัดผลการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายรายบุคคล

ระบบเยี่ยมบ้านจะเปิดกว้างให้จิตอาสา ใครก็ได้สามารถนำไปใช้ รายงานกิจกรรมที่ลงไปดำเนินการ และมีระบบกลุ่ม ที่หัวหน้าทีมสามารถจัดตั้งกลุ่มของตัวเองเพื่อให้การดูแลสมาชิกและกลุ่มเป้าหมายรายบุคคลของตนอย่างครอบคลุม ทำให้เกิดการบูรณาการความช่วยเหลือ สมาชิกจะมองเห็นข้อมูลกลุ่มของตน แต่จำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล

นี่คือระบบข้อมูลกลางเพื่อการดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางทางสังคม

หมายเหตุ การเข้าถึงแอพฯ จะต้องสมัครสมาชิกเท่านั้น(ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ที่มา

งานวันพลเมืองสงขลา

29 ส.ค. 2561

งานวันพลเมืองสงขลา

“พลังพลเมืองนําการพัฒนา”

๒๙-๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๑

ณ ห้องประชุมศรีเกียรติพัฒน์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

จัดทำโดย ภาคีเครือข่ายร่วมดำเนินงาน

เปิดตัว Hatyai Go Green ที่ Green Zone@Green Way

23 ส.ค. 2560

หลายปีก่อนมูลนิธิชุมชนสงขลามีความคิดจะทำอุทยานอาหารสุขภาพ ให้เป็นธุรกิจเพื่อสังคมในสงขลา แต่ก็เจออุปสรรคหลายอย่างโดยเฉพาะสถานที่ซึ่งหาได้ยาก แถมต้นทุนจะไปโป่งกับเรื่องการก่อสร้างและการจัดการจนต้องล้มเลิกไป

มาถึงปี 2560 ความฝันนั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง บริษัทประชารัฐฯ โดยคุณชิต คุณจู น้องโอ๊ค จับมือกับผู้บริหารตลาดกรีนเวย์โดยคุณเกียรติ คุณใหญ่ คุณมนตรี น้องจู มูลนิธิชุมชนสงขลาเข้าไปช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิตที่เป็นเกษตรอินทรีย์ที่ทำงานกันมาอย่างยาวนาน อาทิ สมาคมเกษตรอินทรีย์วิถีไท ชมรมเกษตรอินทรีย์วิถีบ้านๆ เกษตรอินทรีย์คูเต่า คลองหอยโข่ง วิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยภูมิปัญญา สวนผักคนเมือง เครือข่ายตลาดเกษตร ฯลฯ พร้อมกับรายย่อยอีกจำนวนหนึ่ง ออกแบบตลาดสุขภาพที่ชื่อ ตลาดกรีนโซน@กรีนเวย์ ขึ้น ด้วยความร่วมมือเป็นอย่างดีเยี่ยมจากทีมผู้บริหารตลาด

ใช้เวลาไม่นาน ตลาดกรีนโซนก็ค่อยๆเป็นรูปเป็นร่าง จนกระทั่งเราจะเปิดตลาดในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ โดยจะวางสินค้าจากมาตรฐานเครือข่าย ที่มีทั้งข้าว ผัก ผลไม้ อาหารแปรรูป ขนม น้ำสมุนไพร สมุนไพรแปรรูป ฯลฯ บนฐานเกณฑ์กลางคือไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ย่าฆ่าหญ้าที่เป็นสารเคมี หากใช้ปุ๋ยเคมีในการผลิตเกษตรกรจะต้องแสดงสัญลักษณ์สื่อให้เห็นอย่างชัดเจน ตลาดแห่งนี้จะมี App : Hatyai go green เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งกำลังพัฒนาเพื่อให้ทันได้ใช้ในช่วงเปิดตลาด

ยังมีอีกหลายอย่างที่จะค่อยๆพัฒนาให้สมบูรณ์ ลงตัว พวกเราทำงานกันแบบเครือข่าย ไม่ได้ของบสนับสนุนจากแหล่งทุนใดเป็นพิเศษ ใครมีกิจกรรมก็มาหนุนช่วยกัน การออกแบบตลาดนอกจากช่วยกันคิดแล้ว ยังมีน้องๆสถาปนิคมาช่วยเคาะแบบออกมาให้เห็นอย่างสวยงาม มีเพื่อนเปี๊ยกที่มาช่วยทำบู๊ท เวทีกลาง เรียกว่าช่วยกันคนละไม้ละมือ

ดูจากภาพที่ออกแบบไว้ แล้วรอดูของจริงนะครับว่าทำได้แค่ไหน ถึงไม่ได้ทั้งหมดแต่ก็ใกล้เคียงครับ

 คำอธิบายภาพ : greenzone-loc

 คำอธิบายภาพ : greenzone-plan-1

 คำอธิบายภาพ : greenzone-02

 คำอธิบายภาพ : greenzone-03

 คำอธิบายภาพ : greenzone-04

 คำอธิบายภาพ : greenzone-05

 คำอธิบายภาพ : greenzone-06

 คำอธิบายภาพ : greenzone-07

 คำอธิบายภาพ : greenzone-08

 คำอธิบายภาพ : greenzone-09

 คำอธิบายภาพ : greenzone-10

 คำอธิบายภาพ : greenzone-11

เชิญทุกท่านล่วงหน้านะครับ

More

ข้อมูล

ฐานข้อมูล

รายงานข้อมูลสุขภาพ

อื่น ๆ


เครื่องมือทำข้อมูล-โปรแกรม